ว่าก็ว่ากันตรงๆ Fall in Love at First Kiss นี่เป็นงานที่โคตรจะปราบเซียนคนทำหนังเลยนะครับ ลองนึกภาพหนังที่ผ่านการรีเมคมาแล้วเกือบสิบรอบ แถมยังมีมังงะมีอนิเมะให้อ่านให้ดูอีกเนี่ย จะต้องเล่นท่าไหนให้คนอิน เนื้อเรื่องหลักใหญ่ใจความก็คงเดิมเป๊ะ ตั้งแต่ต้นยันจบเรื่องก็รู้กัน(แทบจะ)ถ้วนหน้า ชนิดที่ว่าต่อให้โดนสปอยล์ก่อนเข้าโรงก็คงไม่มีการถือสาหาความกันเท่าไหร่
ซึ่งท่าไหนที่ว่าเนี่ย Fall in Love at First Kiss หรือแกล้งจุ๊บฯ เวอร์ชั่นล่าสุดจากฝีมือคนไต้หวัน ก็เล่นท่าคลาสสิค คือซื่อตรงไปเลย แล้วระหว่างทางก็ค่อยๆ หยอดความฟินความหวานให้คนดูไปเรื่อยๆ จนจบ
ก็ต้องบอกตามตรงว่า Fall in Love at First Kiss ไม่ได้สร้างอิมแพ็คต์ทั้งหลังดูหรือระหว่างดูให้อะไรขนาดนั้น แต่ที่ได้มาเต็มๆ แบบปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือรอยยิ้มจากความน่ารัก มุกจิกหมอนแบบคลาสสิค ไม่ว่าจะเป็นนางเอกสะดุดฝุ่นล้ม พระเอกคว้าตัวไว้ทันแล้วบังเอิ๊ญบังเอิญจุ๊บกันพอดี หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง (ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนางเอก) วิ่งร้องไห้ฟูมฟายกลางถนน โดยที่ผู้คนแวดล้อม ณ ตรงนั้นไม่หือไม่อืออะไรด้วย ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ที่จะบอกก็คือถ้าดูหนังแนวขายฝันสีลูกกวาดจ๋าๆ แบบนี้เนี่ย วางตรรกะ วางความเป็นเหตุผลไว้หน้าโรงก่อนเข้าไปดูได้เลยครับ ไปอิ่มเอิบกับโมเม้นต์คิวท์ๆ ระหว่างพระนางให้เต็มที่ แค่นี้ก็เปรมปรีดาสุดๆ แล้ว คือแบบ น่ารักมาก น่ารักแบบโอ๊ย ไอ้เรื่องจะไปหาจากไหน มันเป็นความน่ารักแบบจริงใจไม่ติงนังอะครับ ทั้งหน้าทั้งอะไรต่อมิอะไรก็บอกชัดๆ อยู่แล้วว่าเออ เรื่องนี้ขายความน่ารักนะ เสพความน่ารักไปเต็มที่ให้พอนะครับท่านผู้ชม
(เอาจริงๆ ในส่วนเนื้อเรื่องก็คงพูดถึงได้แค่นี้แหละครับ บอกได้แค่ว่าน่ารักโคตรๆ เท่านั้นจริง)
อะ มาว่าด้วยอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำผมเครซี่มากก็คือพระเอก หวังต้าลู่ผู้เจิดจรัส ///ต่อไปจะขอเรียกว่าหวังต้าพระอาทิตย์ (เพราะอะไรถึงเรียกแบบนี้ อ่านไปเรื่อยๆ จะรู้เองฮะ)
 
ตอนเห็นหวังต้าเป็นภาพนิ่งก็ว่าหล่อใจหายแล้วนะ แต่พอในหนังจริงที่เคลื่อนไหวจริงๆ บ้าเอ๊ย เจิดจ้าเรือหายเล๊ย ออร่ากระแทกตาแตก คือในเรื่อง หวังต้าต้องเล่นเป็นหนุ่มมาดเข้มขรึมซึนตลอดศกใช่ปะฮะ จะว่ามันคือดาบสองคมก็ได้นะ เพราะเรื่องการเล่นเป็นขนขรึมกับเล่นแข็งเป็นหินมันมีเส้นบางๆ กั้นอยู่อะ ถ้าบาลานซ์น้ำหนักการแสดงไม่ดี อาจกลายเป็นก้อนหินงานดีก้อนหนึ่งได้เลยง่ายๆ แต่หวังต้าทำได้ครับ ช่วงแรกๆ ก็แอบเป็นห่วงนะ แต่พอเผยรอยยิ้มแรกออกมาเท่านั้นแหละครับ โอ้แม่เจ้า ความร้อนแรงจากรอยยิ้มนั้นละลายความแข็งลงไปจนหมดสิ้น จากนั้นน่ะเหรอ จะหยิบจะจับจะขยับอะไรก็ดูดีไปทุกสิ่งอย่าง และลงท้ายด้วยความเพลิดเพลินจนจบเรื่อง

ชมมาเยอะ ขอบ่นบ้าง สำหรับใครที่ติดตามหรือพอมีข้อมูลอยู่บ้าง จะรู้ว่าแกล้งจุ๊บฯ แบ่งออกเป็นหลายอาร์คมาก ทั้งเรื่องตอนม.ปลาย ตอนเข้ามหาวิทยาลัย ตอนแต่งงาน ไหนจะชีวิตหลังแต่งงานอีก มันเยอะแยะยุ่บยั่บไปหมด ซึ่งอย่างน้อยๆ ก็ควรแบ่งออกเป็นสองภาค เล่าภาคละสองอาร์ค มันก็จะเล่าได้แบบพอดีๆ แต่เวอร์ชั่นนี้พี่เล่นยัดทุกอาร์คลงไปหมด มันก็เลยให้ความรู้สึกวิ่งสี่คูณร้อยอยู่ตลอดเวลา มีหลายช่วงมากๆ ที่แค่แตะๆ ผิวๆ ให้รู้ว่าเออ พูดถึงแล้วนะ หรือบางอย่างก็ใส่มาอย่างเง็งๆ ว่ามาได้ไง ช่วงก่อนจะเกิดเหตุการณ์ที่เห็นมันเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยก็ช่วยใส่แฟลชแบ็คให้เห็นนิดๆ หน่อยๆ ก็ยังดี ซึ่งปัญหาตรงนั้นก็จะลามไปที่การกระจายบท หลายตัวที่ฉบับก่อนๆ เด่นกว่านี้ก็จางลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ไม่ได้ทำให้หนังโดยรวมเสียหายอะไรมาก แตถ้าสปีดการเล่าเรื่องมันพอดีกับกระจายบทได้ดีกว่านี้ แกล้งจุ๊บฯ เวอร์ชั่นนี้ก็จะสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

ทำไปทำมา ตอนแรกคิดว่า Fall in Love at First Kiss คงจะเป็นหนังที่ได้เวิ่นหลังดูสั้นที่สุด แต่ได้มาถึงตรงนี้ก็เพราะความเจิดจ้าของหวังต้าพระอาทิตย์ล้วนๆ เอาเป็นว่าใครเป็นแฟนเดนตายแกล้งจุ๊บฯ อยู่แล้ว ไปดูเถิดครับ ไม่ผิดหวัง ยังคงทำให้ฟินจิกหมอนได้ไม่แพ้ฉบับก่อนๆ เชียวล่ะ หรือต่อให้ไม่ได้อะไรกับแกล้งจุ๊บฯ เลยก็ยังอยากให้ได้ไปโดนกันอยู่ดี ชีวิตตอนนี้มันมีแต่เรื่องระอุๆ เต็มไปหมด พักความตึงเครียดไว้ข้างหลัง ซื้อเวลาสักประมาณสองชั่วโมงเพื่อให้หนังเรื่องนี้ช่วยผ่อนคลายก็ถือว่าดีไม่น้อนเลยทีเดียว