“เชรดดดดด น่าดูโคตรๆ นี่มันโปรแกรมหนังต้องห้ามพลาดของปี 2019 ชัดๆ หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ต้องไปดูให้ได้”
ใดๆ ในเครื่องหมายคำพูดข้างต้นคือความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อเห็นตัวอย่างแรกของภาคต่อหนังของพี่ก็อดจิจาก Monster Verse ตอนนั้นคือไฮป์มาก มันน่าตื่นเต้นไปทุกสิ่งอย่าง เพราะภาคแรกก็ทำได้สมเป็นพี่ก็อดจิพอสมควร แล้วนี่ยังจะขนพลพรรคไคจูระดับนานมาอยู่ในจออีกหลายตัว ทำไมจะไม่น่าดูล่ะ มันดูยิ่งใหญ่เหลือเกิน แต่ไปๆ มาๆ เอ๊ะ ชักหวั่น ตัวอย่างที่สองผ่านไป คลิปโปรโมทใหม่ๆ ก็ผุดออกมาเป็นดอกเห็ด ถึงจะไม่ได้ดูครบทุกคลิป แต่ก็เริ่มระแคะระคายแล้วว่าเอ๊ หรือที่ค่ายเขาต้องค่อยกระตุ้นต่อมตื่นเต้นของคนดูอยู่เรื่อยๆ เพราะมีอะไรหว่า
จากนั้นความระแคะระคายก็กลายเป็นเผื่อใจ ไม่ได้ไฮป์หนักหน่วงเหมือนช่วงแรกๆ และมันก็กลายเป็นว่าดีแล้วที่ทำแบบนี้

Godzilla 2 เป็นหนังที่ถ้าดูเอาสะใจ อย่างไรก็คุ้มค่าตัวและได้ใจคนที่รักในเสียงร้องดังสนั่น เสียงการปะทะกันแน่นๆ ของสัตว์ประหลาดตัวเขื่องอย่างแน่นอน เพราะหนังถ่ายทอดออกมาได้ดูหนักหน่วงได้ใจ ผมกรี๊ดทุกฉากที่พี่ก็อดจิออกโรง เท่มาก เท่วัวตายควายบินได้ ออกแต่ละรอบไม่เคยทำให้ผิดหวัง มีของมาโชว์ให้ตื่นตาตื่นใจตลอด นี่หมายถึงแค่ฉากเปิดตัวแต่ละรอบ ก่อนจะสู้กับไคจูตัวอื่นนะครับ เพราะหลังจากที่สู้กันแล้ว หลายๆ ฉากๆ ผมเฉยๆ ความรู้สึกเหมือนดูสัตว์ตัวเขื่องตีกันแบบจัดหนัก แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรน่าจดจำเท่าไหร่ เพราะพี่ๆ กำลังสู้ๆ กันอย่างออกรส หนังก็เล่นตัดฉับมาที่พาร์ทดราม่าของกลุ่มตัวเอง ที่ก็แบบหลายส่วนก็น่าหงุดหงิดว่าจะทำอย่างนั้นทำไม สวิทช์อารมณ์ตอนดูมันก็เลยต้องสลับไประหว่างเมามันกับดราม่าอยู่แทบจะตลอดทั้งเรื่อง
แต่ฉากที่เป็นเดอะเบสต์โดยส่วนตัวของผมในเรื่องนี้ ขอยกให้ฉากอาละวาดเปิดตัวโรแดนที่สู้กับทัพอากาศ โอ้โห สุดติ่งจริงๆ ยอมรับว่าตรงนี้สร้างความบันเทิงให้ผมอย่างยิ่งยวด รวมถึงฉากการผงาดของกิโดร่าและศึกไคลแมกซ์ที่พี่ก็อดจิเราจัดเต็มก็ถึงใจถึงอารมณ์ดี นอกจากนั้นผมก็ไม่รู้จะพูดถึงอะไรแล้วครับ อ้อไม่สิ ซาวด์แทร็คที่ดึงเอามาจากญี่ปุ่น ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ดีงามและสร้างความขนลุกให้ยิ่งยวดไม่น้อย ถ้าไม่นับพวกนี้ ก็ทำเอาผมหาวไปห้าชั่วปอดพอง ///หาวจนเพื่อนที่ไปดูด้วย สะกิดถามว่าง่วงเหรอ

เพราะงั้นถ้าจะไปดู ก็วางความคิดว่ามันจะเป็นหนังก็อดจิที่ดีเลิศเลออะไรไว้เลย โอเค มันมีเมสเสจที่ต้องการจะสื่อสารแหละ แต่ก็ไม่ได้แตะอะไรมากมายนัก เรียกว่าสะกิดพอเป็นกระษัยยังได้เลยด้วยซ้ำ โดยเฉพาะประเด็นที่ว่ามนุษย์เรานี่แหละเป็นตัวการต่างๆ นานาให้ไคจูที่บ้างก็จำศีล บ้างก็อยู่อย่างสงบต้องออกมาพังบ้านพังเมือง ก็ไม่ยักกะเล่นให้ถึงลูกถึงคน แต่ดันพยายามเล่นประเด็นความสัมพันธ์ในครอบครัว ที่ก็บอกตามตรง อยากจะข้ามๆ ไปทุกครั้งที่กำลังเล่นประเด็นนี้อยู่ ไม่สนุกเลย บทไคจูแต่ละตัวก็ใช่ว่าจะเกลี่ยดีนะครับ เด่นๆ แบบเด่นจริงๆ แค่ไม่กี่ตัวเท่านั้น บางตัวก็แค่ใส่ๆ มาให้รู้ว่าเออ สัตว์ประหลาดมันมีทั่วโลกเลยนะยู แล้วก็ปล่อยจางไปแบบงงๆ ไม่ส่งอารมณ์ใดๆ มาทั้งสิ้น ไปดูเอาระบายความอัดอั้นตันใจในโรงที่จอดีๆ ระบบเสียงดีๆ เท่านั้นก็เพียงพอแล้วครับ ///โฮกปิ๊บ